เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ ฉบับพิเศษ
เรื่อง ยุบสภาไม่ใช่ทางออกของบ้านเมือง
ที่ผ่านมา การเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งเรื่องของอำมาตยาธิปไตย ที่กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามโจมตีมาโดยตลอด เป็นเพียงนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ และโดยข้อเท็จจริง อำมาตยาธิปไตย เป็นวาทกรรมที่ใช้ปลุกระดมเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อกลบเกลื่อนพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขาดความชอบธรรมจากคดีทุจริตคอรัปชั่น โดยกระบวนการยุติธรรมตัดสินให้จำคุกและยึดทรัพย์ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังไม่ยอมรับในคำตัดสินของศาล และใช้ความพยายามทุกวิถีทางเอาชนะทางการเมือง
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมา ล้วนก้าวล่วงไปถึงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ทั้งการกดดันให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เพียงเพราะเป็นศัตรูทางการเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการใช้ประชาชนผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญาในต่างประเทศ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้รับโทษที่ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดา อย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยกระทำเช่นนี้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเมืองที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือความชอบธรรมของนักการเมืองที่ก้าวเข้าสู่อำนาจ ที่ผ่านมาหลังพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำรัฐบาล ก็มีความพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดให้กับนักการเมือง และการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเป็นเพียงฝ่ายเดียว เป็นผลทำให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต้องออกมาเคลื่อนไหว โดยชุมนุมด้วยความเสียสละทั้งแรงกาย เลือดเนื้อ และชีวิต อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 193 วัน
ขณะที่การก้าวเข้าสู่อำนาจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แม้จะไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เกิดขึ้นมาจากระบอบอำมาตยาธิปไตยโดยตรง แต่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 172 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อย่างถูกต้อง
เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ เห็นว่า การยุบสภาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ใช่ทางออกของปัญหาบ้านเมืองทั้งหมด หากแต่เป็นข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ นักการเมือง นักเลือกตั้งในสังกัดพรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีความพยายามก้าวเข้าสู่อำนาจทางการเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการให้พรรคเพื่อไทยกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงจุดเริ่มต้นกระบวนการฟอกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นำไปสู่หายนะของชาติที่เรียกได้ว่าเป็น “วิกฤตที่สุดในโลก” จะกลับมาอีกครั้งในที่สุด
นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นภายหลังยุบสภา จะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเป็นไปโดยกติกา ตามครรลองของประชาธิปไตยด้วยความสงบ เพราะในยามที่บ้านเมืองเกิดความแตกแยก และการใช้อิทธิพลแบบกฎหมู่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ต้องย้อนกลับไปถึงนายอภิสิทธิ์ ที่ประสบปัญหากับตัวเองว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ไม่สามารถปฏิบัติราชการในต่างจังหวัดด้วยความสงบเรียบร้อย ถูกผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามขัดขวางและใช้อาวุธหรือสิ่งปฏิกูลขว้างปาใส่ ถูกไล่ทุบตีรถ และถูกจัดม็อบขับไล่เมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด
และหากย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์เอง ไม่สามารถขึ้นไปหาเสียงเลือกตั้งในภาคเหนือได้ เพราะผู้สนับสนุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามใช้ความรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิต นับตั้งแต่การใช้กำลังพังเวทีปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2549 หรือการที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่นายอภิสิทธิ์เคารพนับถือ ก็ถูกปาด้วยไข่ไก่เมื่อปี 2552 ไม่นับรวมการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีในปัจจุบันก็ถูกขัดขวางมาโดยตลอด
ผลจากการยุบสภาในครั้งนี้ ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์เพียงอย่างเดียวที่จะต้องรับความเสี่ยง แต่ยังหมายถึงพรรคการเมือง และเครือข่ายภาคประชาชนที่มีจุดยืนทางการเมืองในทางตรงกันข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง ก็จะได้รับผลกระทบจากถูกข่มขู่โดยอิทธิพล และการใช้กำลังเยี่ยงอันธพาล รวมทั้งการปลุกระดมจากต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเอาชนะทางการเมือง
นอกจากนี้ ความแตกแยกในครั้งนี้ ก็เกิดขึ้นมาจากแรงขับเคลื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แฝงไปด้วยผลประโยชน์ส่วนตน เห็นว่าตัวเองเป็นผู้แพ้และพยายามเอาชนะทางการเมือง มีการปลุกระดมมวลชนด้วยอารมณ์ ด้วยข้อมูลที่บิดเบือน หรือข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อสร้างความโกรธและเกลียดชัง แบ่งประชาชนออกเป็นพวกอำมาตย์ พวกประชาธิปไตย และสร้างประเพณีป่าเถื่อนต่อผู้ที่เห็นต่างจนกระทั่งบ้านเมืองขาดความสงบสุขในที่สุด
จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ จึงมีข้อเรียกร้องไปยังฝ่ายต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.) การตัดสินใจยุบสภาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องคำนึงถึงเสียงสะท้อนของประชาชนทั้งประเทศ ที่ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดง เพราะผลกระทบของการยุบสภาคือ ภาวะสูญญากาศของบ้านเมือง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีในยามที่บ้านเมืองจำเป็นต้องมีผู้นำประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
หากนายอภิสิทธิ์มีแนวคิดที่จะยุบสภา เครือข่ายฯ เห็นว่าควรรอให้บ้านเมืองเกิดความสงบและเดินหน้าต่อไปได้ ก่อนที่จะตัดสินใจคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะอำนาจที่แท้จริงไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่พยายามกดดันเท่านั้น หากแต่ผลกระทบจากการยุบสภาจะส่งผลต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่จนประเทศไทยเกิดความอ่อนแอ
โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ไม่มีฮีโร่คนไหนหรือนักการเมืองคนใดจะสามารถสถาปนาตัวเองและใช้นโนบายประชานิยมเนรมิตเพื่อแก้ปัญหาได้ หากแต่ต้องอาศัยระยะเวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการประคับประคองและฟื้นฟูประเทศไทยให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก
2.) หากกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ก็ควรแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อความวุ่นวายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกรูปแบบ ให้สลายการชุมนุมที่มีอยู่ในขณะนี้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และหยุดพฤติกรรมคุกคามถึงขั้นเอาชีวิตบุคคลอื่นที่มีแนวคิดและจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่าง
ทั้งนี้ มิได้ห้ามการชุมนุมโดยสงบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่แกนนำ นปช. และนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ควรหยุดปลุกระดมและใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ซึ่งถือเป็นความรุนแรงในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อหวังผลทางการเมืองและชิงพื้นที่ข่าวจากสื่อมวลชนโดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้บ้านเมืองอยู่ในบรรยากาศที่สงบอย่างแท้จริง นำไปสู่การตัดสินใจยุบสภาของนายกรัฐมนตรี และจัดการเลือกตั้งตามกติกาและครรลองของประชาธิปไตย
เพราะหากแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนี้ต่อไป ก็เป็นการยากที่การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างสงบ เพราะนักการเมืองแต่ละฝ่ายต่างก็มีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น และความรุนแรงจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่นำไปสู่ความวุ่นวายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
3.) ในส่วนของเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ ดังแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 4/2553 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงเวลานี้ แต่ให้ทุกคน รวมทั้งประชาชนผู้รักชาติตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์ และเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทันทีตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การแสดงออกทางการเมืองในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยทั้งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และคัดค้านการยุบสภาของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางออกของประเทศในยามนี้ไม่ใช่เพียงแค่การยุบสภาหรือการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง หากแต่จิตสำนึกของผู้มีอำนาจและผู้นำทางความคิดในสังคมไทย จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ มากกว่าผลประโยชน์และการตอบสนองต่อตัณหาส่วนตน รวมทั้งการช่วงชิงความเป็นใหญ่ และอำนาจอิทธิพล เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือบังหน้า
จุดเปลี่ยนอนาคตประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยการตรวจสอบจากประชาชนในทุกภาคส่วน มากกว่าที่จะปล่อยให้นักการเมือง หรือนักเลือกตั้งบางคน โฆษณาชวนเชื่อหรือการสร้างภาพลวงตาในหมู่ประชาชน รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกของนักการเมืองให้เกิดความโปร่งใสและคำนึงถึงประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีในที่สุด
ด้วยจิตคารวะและเชื่อมั่น
เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ
เยาวชนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
อังคารที่ 23 มีนาคม พุทธศักราช 2553